United Nations Children's Fund (UNICEF)
ยูนิเซฟ หรือ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติระดับสากล ถือกำเนิดขึ้นเมื่อพ. ศ. 2489 เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เด็กหลายล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จากจุดเริ่มต้นจนวันนี้แม้โลกจะเปลี่ยนไป แต่ยูนิเซฟยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างเด็กๆอย่างไม่เคยหยุดพัก หัวใจสำคัญของภารกิจของเราคือการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนมีชีวิตอยู่รอดและปลอดภัยได้รับการคุ้มครองจากอันตรายทั้งปวง ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และเมื่อใดก็ตามที่โลกเกิดภัยพิบัติสงครามหรือสถานการณ์ฉุกเฉินยูนิเซฟจะอยู่ที่นั่น เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เด็กและครอบครัวที่ประสบภัยเหมือนเช่นเคย ยูนิเซฟทำงานร่วมกับรัฐบาล ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ สื่อมวลชน รวมทั้งชุมชนใน190ประเทศและเขตปกครองต่างๆทั่วโลก เพื่อนำคำมั่นสัญญาไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม การขับเคลื่อนงานดังกล่าวเป็นทั้งหน้าที่และความมุ่งมั่นของยูนิเซฟในการเข้าถึงกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงและเปราะบางที่สุดในสังคม ยูนิเซฟเริ่มงานในประเทศไทยในพ. ศ. 2491 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ สุขอนามัยและโภชนาการของเด็ก เราสนับสนุนโครงการเพื่อขจัดโรคร้ายในเด็ก โครงการฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค และการจัดน้ำดื่มสะอาดและสุขอนามัยในพื้นที่ชนบท ตลอดจนการแจกจ่ายนมถั่วเหลืองผสมข้าวโพดและเกลือเสริมไอโอดีน เป็นต้น ตลอดกว่า 70 ปีที่ผ่านมา ความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทยพัฒนาไปมาก แต่ในขณะเดียวกันความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป การทำงานของยูนิเซฟในประเทศไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ปัจจุบันโครงการของเราได้ขยายและครอบคลุมถึงด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย สุขภาพและ สิทธิ์เสียงของวัยรุ่น การศึกษา และการปกป้องคุ้มครองเด็ก
ทุกวันนี้ ยูนิเซฟทำงานรณรงค์เพื่อให้เกิดกฎหมายและนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาด้านสิทธิเด็ก และให้แน่ใจว่ามีการจัดสรรทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรอย่างเพียงพอเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟ ประเทศไทย 50 คน ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพันธมิตรเพื่อค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการปกป้องคุ้มครองเด็กทุกคนในประเทศไทย รวมทั้งทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผลประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะถูกส่งไปถึงเด็กที่เปราะบางและขาดโอกาสที่สุดในสังคม การที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือกัน จะสามารถนำเราไปสู่วันที่เด็กทุกคนในประเทศไทยได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน ในการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นสุข และสามารถแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการแบ่งแยกเพศ ชาติพันธุ์ ภูมิหลังทางสังคมและเศรษฐกิจ หรือสถานะทางกฎหมาย
1.การแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ 2.การพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม 3.การสนับสนุนให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 4.การปกป้องคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง การถูกทำร้าย การถูกละเลยทอดทิ้ง และการถูกแสวงประโยชน์ 5.การส่งเสริมสุขภาวะวัยรุ่น และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 6.การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและวัยรุ่น 7.การเสริมสร้างความคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็ก 8.การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในสถานการณ์ฉุกเฉิน